Early Warning System

ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System)

earlywarning

ระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย–ดินถล่ม ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน เพื่อติดตามเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย –ดินถล่มโดยใช้หลักการในการ ตรวจวัดข้อมูลปริมาณน้ำฝนหรือระดับน้ำท่า พร้อมทั้งหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำฝนและเหตุการณ์ อุทกภัย–ดินถล่มที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นและทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อกำหนดค่าวิกฤตที่จะใช้ในการเตือนภัย โดยข้อมูลอุตุ–อุทกวิทยาที่ตรวจวัดได้ จะถูกส่งผ่านระบบสื่อสารข้อมูล GPRS, IP Star หรือระบบสื่อสารอื่น ที่ทันสมัย เช่น ระบบ 3G มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่กรมทรัพยากรน้ำที่ส่วนกลาง ณ ห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและ เตือนภัยน้ำหลาก–ดินถล่ม (Early Warning Room) สำนักวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำและ ส่วนภูมิภาคที่ส่วนอุทกวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1–11 โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ ด้วยโปรแกรมประยุกต์ที่ทางกรมทรัพยากรน้ำได้ทำการพัฒนาขึ้น และแจ้งเตือนภัยและรายงานผลผ่านทาง อินเทอร์เน็ต

เพื่อให้ส่วนภูมิภาคซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ส่วนการแจ้ง เตือนภัยให้ประชาชนในหมู่บ้านที่จัดทำระบบ Early Warning จะควบคุม/สั่งการจากส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลางจะสามารถประสานแจ้งเตือนได้ทุกสถานี แต่ส่วนภูมิภาคจะสามารถแจ้งเตือนได้เฉพาะสถานี เตือนภัยที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำภาคนั้นๆ สำหรับในกรณีที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับสถานีเตือนภัยได้ ระบบที่สถานีเตือนภัยจะทำงานเองโดยอัตโนมัติ

ซึ่งในการเตือนภัยนั้น บุคลากรในท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายให้เป็น “ผู้รู้” ประจำสถานีซึ่งเป็นอาสาสมัครที่มีจิตอาสา จะทำหน้าที่ ในการติดตามสถานการณ์เหตุการณ์อุทกภัย–ดินถล่มจากระดับสัญญาณเตือนภัยที่สถานีเตือนภัยจาก สัญญาณเสียงและแสงสีเขียว สีเหลืองและสีแดง โดยจะแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนในหมู่บ้านเสี่ยงภัยที่อยู่ในรัศมี ครอบคลุมของสถานีปฏิบัติตนตามที่ฝึกอบรมไว้กับโครงการ ซึ่งการแจ้งเตือนภัยดังกล่าวจะสามารถช่วยลดความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินและชีวิตได้ พร้อมทั้งให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการป้องกัน บรรเทา ความรุนแรง และความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง



รูปแบบสถานีเตือนภัย (Types of Early Warning Stations)

early warning

สถานีเตือนภัย ติดตั้งอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย-ดินถล่ม หรืออยู่บริเวณต้นน้ำ เพื่อทำ การตรวจวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ หรือระดับน้ำในลำน้ำ อุณหภูมิ และความชื้นในดิน ณ จุดติดตั้งสถานี ข้อมูลจากการตรวจวัดข้อมูลด้านอุตุวิทยา และอุทกวิทยาที่สถานีเตือนภัยและส่งข้อมูลมายังสถานีหลักตาม เวลาจริง เพื่อน าข้อมูลมาวิเคราะห์การเกิดเหตุการณ์อุทกภัย-ดินถล่ม และการแจ้งเตือนภัย ตามลำดับ โดยมี รูปแบบสถานีเตือนภัย 2 รูปแบบ



รูปแบบที่ 1

สถานีเตือนภัยด้วยปริมาณน้ำฝน

early warning

ผสถานีเตือนภัยด้วยปริมาณน้ำฝน ติดตั้งบริเวณพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อน้ำท่วม ฉับพลัน-ดินถล่ม โดยใช้ข้อมูลปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ตรวจวัดและ
ข้อมูลความชื้นในดินในการวิเคราะห์ โอกาสการเกิดอุทกภัย-ดินถล่ม
และการเตือนภัย ครอบคลุมพื้นที่เตือนภัยและหมู่บ้านใกล้เคียง
ที่อยู่ภายในรัศมี 5 กม.

รูปแบบที่ 2

สถานีเตือนภัยด้วยระดับน้ำและปริมาณน้ำฝน

early warning

สถานีเตือนภัยด้วยระดับน้ำและปริมาณน้ำฝน สถานีเตือนภัยรูปแบบนี้จะ
ติดตั้งเพื่อวัดระดับน้ำในลำน้ำ โดยจะติดตั้งบริเวณสะพานที่มั่นคงแข็งแรง
ในตำแหน่งต้นน้ำเพื่อเตือนภัยไปยัง หมู่บ้านที่อยู่ท้ายน้ำ ซึ่งหมู่บ้านครอบคลุม
ที่อยู่ท้ายน้ำจะอยู่ห่างจากสถานีเตือนภัยในระยะที่สามารถแจ้งเตือน
ได้ล่วงหน้า 2-3 ชั่วโมง โดยสถานีเตือนภัยรูปแบบนี้ จะวัดระดับน้ำในลำน้ำ
ณ จุดติดตั้งสถานีและใช้ระดับน้ำ และปริมาณน้ำฝนที่วัดได้มาพิจารณา
เตือนภัย การแจ้งเตือนภัย (Warning)

สถานีเตือนภัยของระบบ Early Warning จะทำหน้าที่ในการตรวจวัดข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลไปยัง CPU ของ RTU (Remote Terminal Unit) เพื่อประมวลผล และส่งข้อมูลผ่าน Modem GPRS ไปยัง เครือข่าย GSM/GPRS ไปยังส่วนกลางหรือสถานีหลัก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและแจ้งผลการวิเคราะห์ให้กับประชาชน ได้ทราบสถานการณ์การเตือนภัย จากสัญญาณเสียง 3 ระดับความถี่ และไฟกระพริบ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง